ระบบเสียงประกาศสาธารณะคืออะไร ระบบเสียงประกาศ หรือ Public Address System (PA System)คือระบบขยายและกระจายเสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่มีไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง และลำโพง ซึ่งใช้เพื่อให้บุคคลสามารถพูด หรือสื่อสารในที่สาธารณะขนาดใหญ่ได้ ระบบเสียงประกาศสาธารณะมักใช้ตั้งแต่สถานที่ขนาดเล็ก เช่น หอประชุมของโรงเรียน โบสถ์ และร้านอาหารขนาดเล็ก และรวมไปถึงการประกาศเสียงตามสายในอาคารและสถานที่สาธารณะต่างๆ ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลไปยังกลุ่มคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร การเตือนภัย เล่นดนตรีสดหรือการบันทึกเสียง ซึ่งระบบเสียงประกาศสาธารณะโดยทั่วไปประกอบด้วยแหล่งสัญญาณเข้า พรีแอมพลิฟายเออร์ อุปกรณ์ควบคุมและตรวจสอบ และลำโพง แหล่งสัญญาณเข้าหมายถึงไมโครโฟนที่ให้อินพุตเสียงสำหรับระบบ แหล่งอินพุตเหล่านี้ถูกป้อนเข้าสู่พรีแอมพลิฟายเออร์ จากนั้นสัญญาณที่ขยายล่วงหน้าจะถูกส่งไปยังเครื่องขยายกำลังเสียง แอมพลิฟายเออร์เหล่านี้จะขยายสัญญาณเสียงให้อยู่ในระดับสายลำโพงที่เพียงพอ

แนวคิดพื้นฐานในการออกแบบ ระบบเสียงประกาศ
ปกติแล้วในการออกแบบระบบเสียงประกาศหรือเสียงตามสายจะมีข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล เช่น มาตรฐาน NFPA 72 หรือ Nation Fire Alarm Code เป็นต้น ซึ่งผู้ออกแบบควรยึดเอาเป็นมาตรฐาน ทั้งนี้แล้ว ก็เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจจะเกิดในกรณีที่ระบบออกแบบไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยนั่นเอง แม้ว่าระบบเสียงประกาศสาธารณะจะมีความแตกต่างกันอย่างมากทั้งจากตัวแปรในเรื่องของขนาดพื้นที่ รูปแบบ วัตถุประสงค์ในการใช้งาน แต่โดยทั่วไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบ PA ขนาดเล็กสร้างพลังเสียงไม่กี่ถึงร้อยวัตต์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ฟังหนึ่งคนจนถึงผู้ฟังหลักร้อยคน หรือระบบ PA ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ฟังหลายแสนคนในหอประชุม สนามกีฬา ทั่ววิทยาเขต หรือทั้งเมือง ก็ล้วนแต่มีหลักการพื้นฐานในการออกแบบเหมือนกัน คือ การออกแบบระบบไฟฟ้า-อะคูสติกที่เหมาะสมและถูกต้อง สภาพแวดล้อมในการเผยแพร่เสียงที่ดี (สภาพเสียงในอาคาร)และการปรับแต่งในสถานที่ที่แม่นยำ และปัจจัยทั้งสามนี้จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
ระบบเสียงประกาศสาธารณะส่วนใหญ่ประกอบด้วยแหล่งสัญญาณ อุปกรณ์ขยายกำลัง อุปกรณ์ตรวจสอบ อุปกรณ์ควบคุม อุปกรณ์ควบคุมการออกอากาศจากอัคคีภัย อุปกรณ์ผู้ใช้ และสายส่งสัญญาณออกอากาศ แนวคิดในการออกแบบระบบเสียงประกาศสาธารณะผู้ออกแบบจะต้องพิจารณาดังนี้คือ

- ขนาดของพื้นที่ในการออกแบบระบบประกาศสาธารณะ
เป็นสิ่งแรกที่ผู้ออกแบบจะต้องให้ความสำคัญ เนื่องจาก การรู้ขนาดความกว้าง ความยาว ความสูงของอาคารสถานที่และจำนวนชั้นของอาคารสถานที่นั้นล้วนแต่มีผลทั้งต่อการออกแบบการแบ่งโซน การคำนวนความยาวของสายสัญญาณ การเลือกความสูงของจุดติดตั้ง การคำนวนจำนวนของลำโพงที่เหมาะสม ไปจนถึงการออกแบบมุมกระจายเสียงของลำโพงได้
2.กำหนดความดังให้เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งาน
การออกแบบความดังที่เหมาะสมนั้น ผู้ออกแบบคำนวนให้แม่นยำ ทั่วถึงและเหมาะสม โดยจะต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ในการใช้งานเป็นหลัก เช่น ระบบใช้เพื่อเตือนภัย หรือระบบสำหรับเปิดเพลงสร้างบรรยากาศเป็นหลัก ระบบแจ้งข่าวสาร หรือระบบเปิดเพลง background ควบคู่ไปกับการแจ้งข่าวสาร ซึ่งป็นสิ่งที่มีผลต่อการกำหนดความดังทั้งสิ้น เช่นหากเป็นระบบเตือนภัยเสียงจะต้องดัง ชัด ไกล เพื่อให้มั่นใจว่าเสียงดังพอสำหรับทุกจุด หากเป็นระบบสำหรับประกาศข่าวสาร การเลือกความดังที่เหมาะสมจะช่วยให้เกิดการสื่อสารที่ชัดเจน หรือหากเป็นการเปิดเพลงและแจ้งข่าวสารในอาคารหรือห้างสรรพสินค้าการออกแบบระบบเสียงต้องไม่สร้างความรำคาญให้กับผู้รับข่าวสารในขณะที่ต้องชัดเจนทั่วถึงในแต่ละจุด


3.ออกแบบการแบ่งโซนหรือพื้นที่ประกาศสาธารณะตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
การออกแบบระบบประกาศ ผู้ออกแบบควรจะต้องมีการออกแบบการแบ่งโซนต่างๆให้เหมาะสม การแบ่งโซน คือการแยกระบบประกาศแต่ละจุดให้สามารถแยกออกจากกันได้ ทั้งนี้ก็เพื่อความเหมาะสม และความสะดวกในการสื่อสารซึ่งโดยปกติแล้วในบางสถานที่แม้จะเป็นระบบประกาศสาธารณะเดียวกัน แต่ก็มีความต้องการในการใช้เสียงที่แตกต่างกัน เนื่องจากบางจุดมีข้อกำกัดเรื่องลักษณะของสถานที่ เช่นความสูงที่ไม่เท่ากัน อาคารที่มีหลายห้อง หรือหลายชั้น โรงเรียนที่มีหลายอาคาร และความสะดวกในการใช้งานเช่น บางข่าวสารที่ต้องสื่อสารเฉพาะบางจุด โดยไม่ต้องการให้เสียงการประกาศนั้นไปที่จุดอื่นๆ ตัวอย่างที่เห็นภาพง่ายๆก็อย่างเช่น ระบบประกาศในโรงเรียน ที่ต้องแบ่งโซนการประกาศแต่ละห้องเรียน โรงอาหาร โรงยิม หอประชุม ออกจากกัน เพื่อให้สามารถประกาศหรือแจ้งข่าวสารเฉพาะจุดที่ต้องการได้โดยที่เสียงจะไม่ไปรบกวนจุดอื่นๆ เช่นการประกาศที่ต้องการสื่อสารถึงเฉพาะในโรงอาหาร หรือโรงยิม หรือการประกาศสื่อสารกับนักเรียนเฉพาะห้องที่ต้องการ เป็นต้น
4.เลือกใช้อุปกรณ์ในระบบประกาศสาธารณะให้เหมาะสมกับการออกแบบ
การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับระบบจึงเป็นอีกปัจจัยที่ผู้ออกแบบระบบประกาศสาธารณะไม่ควรมองข้าม แนวคิดในการเลือกใช้อุปกรณ์มีดังนี้คือ
-ไมโครโฟนสำหรับงานประกาศเสียง (Paging Microphone)
เป็นอุปกรณ์แปลงเสียงพูดให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อนำไปขยายเสียงออกลำโพง มีทั้งแบบไมโครโฟนแบบทั่วไปที่วางบนฐานแล้วมีปุ่มกด เปิด/ปิด กับแบบที่สามารถเลือกประกาศเสียงโดยแบ่งตามพื้นที่ หรือส่งเสียงเตือนก่อนประกาศเสียงได้ ในการเลือกใช้งานจึงควรเลือกให้เหมาะกับระบบ เช่น ถ้าระบบมีหลายโซนควรจะเลือกแบบที่เลือกโซนประกาศได้


– เครื่องผสมสัญญาณเสียง (Public Address Mixer Amplifier)
สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกเครื่องผสมเสียงสำหรับระบบประกาศสาธารณะ คือ จำนวนของสัญญาณที่นำมาเข้าระบบทั้งไมโครโฟนประกาศ และอุปกรณ์เปิดเพลง Background Music มิกเซอร์บางชนิดจะมีเครื่องขยายเสียงในตัว และแบ่งโซนได้เลย สามารถใช้ได้ในระบบที่ไม่ซับซ้อน แต่ควรแยกเครื่องผสมสัญญาณกับเครื่องขยายเสียงแยกออกจากกัน ในกรณีที่เป็นระบบขนาดใหญ่และมีความซับซ้อน เพื่อความสะดวกในการทำระบบ
– เครื่องขยายเสียง (Public Address System Amplifier)
เครื่องขยายเสียงใน ระบบประกาศสาธารณะนั้น โดยส่วนใหญ่สัญญาณขาออกจะเป็นแรงดันไฟฟ้า 70V และ 100V เหตุผลที่มีความแตกต่างจากเครื่องขยายเสียงแสดงดนตรีสดทั่วไปนั้นก็เพราะว่า การเดินสายในระบบประกาศสาธารณะนั้นจะมีการเดินสายที่ไกลกว่า ผลต่อระดับของสัญญาณเสียง เพราะเกิดความต้านทานที่สายลำโพง ส่วนวิธีคิดกำลังวัตต์ของเครื่องขยายเสียงก็คือ เมื่อนำจำนวนลำโพงในระบบมารวมกันต้องไม่เกินกำลังวัตต์ของเครื่องขยายเสียง และเครื่องขยายเสียงระบบเสียงประกาศจะสามารถรับสัญญาณที่เป็นสัญญาณฉุกเฉิน โดยครื่องจะเปิดการทำงานอัตโนมัติเมื่อมีสัญญาณฉุกเฉินเข้ามา


– ลำโพง (Speaker)
ลำโพงสำหรับระบบเสียงประกาศสาธารณะถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน เช่น ลำโพงตู้ ลำโพงฮอร์น ลำโพงแบบโปรเจคเตอร์ลำโพงติดเพดาน ลำโพงแบบคอลั่มน์ มีทั้งแบบที่ออกแบบสำหรับการใช้งานภายในอาคารและการใช้งานภายนอกอาคาร ซึ่งแบบหลังจะต้องได้มาตรฐาน IP Version เช่น IP44 หรือ IP66 คือมีคุณลักษณะที่ทนแดดทนฝนได้
นอกเหนือจาก ไมโครโฟน มิกเซอร์ แอมพลิฟายเออร์และลำโพงแล้ว ระบบเสียงประกาศสาธารณะทุกขนาดมักรวมถึงอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น ฟิลเตอร์, อีควอไลเซอร์, คอมเพรสเซอร์, เครื่องขยายสัญญาณ, เราเตอร์, Delay, ไฟแสดงสถานะ LED, เครื่องวัดระดับเสียง (VU) และหูฟังอุปกรณ์ควบคุมและตรวจสอบซึ่งอาจอยู่ในรูปของตัวประมวลผลสัญญาณดิจิทัล (DSP) ที่ตั้งโปรแกรมได้ สามารถให้แยกฟังก์ชันต่างๆไปได้ในหลายช่องสัญญาณ และเก็บเสียงสัญญาณหรือเสียงที่บันทึกไว้ล่วงหน้าซึ่งรวมถึงการประกาศที่บันทึกไว้ล่วงหน้าและข้อความฉุกเฉินได้
ในการออกแบบระบบเสียงประกาศสาธารณะนั้นหากผู้ออกแบบยังไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้มีประสบการณ์เป็นผู้ออกแบบ โดยยึดตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล เช่น มาตรฐาน NFPA 72 หรือ Nation Fire Alarm Code อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น และหากเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานก็จะช่วยให้ได้ระบบที่มีความปลอดภัย และประมาณไม่บานปลายได้
หากอยากได้ระบบเครื่องเสียงประกาศที่ตอบโจทย์การใช้งานและได้มาตรฐาน สามารถติดต่อขอคำปรึกษา Audio Meeting Room ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-550-6340 หรือ 064-198-2499 ส่งแบบขนาดห้องประชุมมาได้ที่ Line @audiomeetingroom